วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

PORT



1.  USB เป็น Port ที่ส่งถ่ายข้อมูลแบบอนุกรม ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมีใช้ในอุปกรณ์ต่อเชื่อมแทบทุกชนิด ตั้งแต่แฟลตไดร์ฟ ยังจอภาพ LCD เลยทีเดียว ด้วยความสามารถเด็ดคือ Plug & Play คือสามารถใช้งานได้ทันทีไม่ต้องรีสตราทเครื่องหรือบางอยางเช่นแฟลชไดร์ฟไม่ต้องลงไดร์วเวอร์ก็สามารถใช้งานๆได้ทันที ในปัจจุบันใช้ USB 2.0 เป็นหลัก ซึ่งจะมีความเร็วอยู่ที่ 480 MB/s และอีกไม่นาน USB 3.0 ก็จะเข้ามาแล้ว ซึ่งจะมีความเร็วมากว่า 2.0 ถึง 10 เท่า


2.  DVI เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้จอ LCD Notebook ที่มี Port นี้มีค่อนข้างน้อยมากครับ ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Notebook รุ่นที่มีราคาสูงๆ โดยจะเป็นส่งสัญญาณแบบดิจิตอล ซึ่งให้คุณภาพในการแสดงผลที่ดีกว่าแบบอนาล็อค แบบในพอร์ต D-SUB ที่นิยมใช้กันในโน๊ตบุ๊กทั่วๆไป


3.  HDMI หรือ ย่อมาจาก High-Definition Multimedia Interface ตามที่ชื่อบอกเลยครับว่ารองรับงานมัลติมีเดียเต็มที่ ด้วย Port ที่เชื่อมต่อกับเครื่องเล่น HDMI ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวก LCD TV หรือ เครื่องเสียง โดยในสาย HDMI จะรวบร่วมสัญญาณดิจิตอลทั้งภาพและเสียงที่ส่งไปในสาย HDMI เส้นเดียว ทำให้มีความสะดวกเพราะไม่ต้องต่อสายหลายสายให้วุ้นวาย โดยในโน๊ตบุ๊กสมัยใหม่ที่รองรับก็จะติดตั้งพอร์ต HDMI มาให้ใช้งานได้เลย โดยสาย HDMI รองรับการส่งข้อมูลสูงสุดประมาณภาพยนตร์ HD 1080p เลยทีเดียว


4.  Card Reader คือ Port ที่เอาไว้ใส่การ์ด อ่านการ์ดต่างๆ MMC , MSD , CF และอื่นๆ แล้วแต่ผู้ผลิตว่าจะติดตั้งเครื่องอ่านการ์ดชนิดใดมาบางส่งใหญ่ที่นิยมกันก็ เช่น SD MMC



5. พอร์ตอนุกรม (serial port) เป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารข้อมูลที่ต่อเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆ การส่งข้อมูลเป็นการส่งข้อมูลทีละหนึ่งบิตเท่านั้นพอร์ตอนุกรมส่วนมากใช้กับการส่งข้อมูลที่ไม่ต้องการความเร็วในการส่งข้อมูลมากนัก เช่น เมาส์, แป้นพิมพ์, โมเด็ม พอร์ตอนุกรมมี 2 ชนิด ได้แก่ แบบ 9 เข็ม และแบบ 25 เข็ม


6.  Express Slot คือ Port อีกชนิดหนึ่งที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจากบนเมนบอร์ด ซึ่งเอาไว้ต่อกับการ์ดต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องให้สูงขึ้นสามารถทำงานได้หลายอย่างมากขึ้นเช่น Air Card , Sound Card หรือแม้กระทั่ง เพิ่มพอร์ต USB LAN โดยจะแบ่งกันเป็น 3 แบบหลักตามขนาดโดยในแต่ละเครื่องจะแตกต่างกันไป แต่ที่นิยมในปัจจุบันมากที่สุดจะเป็น Express Card 54


7.  e-SATA เป็น Port ที่เอาไว้ต่อกับ External Hard disk หรือ Hard disk ธรรมดาก็ได้ โดยพอร์ต e-SATA นั้นจะมีความเร็วมีหลักการทำงานเช่นเดียวกับพอร์ต SATA บนเมนบอร์ดเลย ด้วยความเร็วสูงถึง 3000 Mbit/s แต่ในพอร์ต e-SATA จะมีแปลงหัวต่อให้สามารถใช้งานเป็นพอร์ต USB ได้ด้วย


8.  พอร์ต RJB สำหรับต่อเพื่อใช้ในการแสดงผลบนจอภาพภายนอกอื่นๆ ลักษณะการเชื่อมต่อจะเป็นแบบอนาล็อกสามารถต่อได้ทั้งจอแบบ CRT และ LCD


9.  พอร์ตขนาน (parallel port) เป็นช่องทางการติดต่อส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ เช่นเดียวกับพอร์ตอนุกรม แต่ การส่งข้อมูลแตกต่างกัน คือ ในแต่ละครั้งสามารถส่งได้มากกว่า 1 บิต เดิมทีพอร์ตขนานถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของพอร์ตอนุกรม เนื่องจากพอร์ตอนุกรมส่งข้อมูลได้ทีละ 1 บิต จึงส่งได้ช้ากว่า สำหรับการส่งพิมพ์งานออกทางเครื่องพิมพ์นั้น เราต้องการการส่งข้อมูลที่เร็วขึ้น พอร์ตขนานสามารถส่งข้อมูลได้ ทีละ 8 บิต หรือ 1 ไบท์ พร้อมๆ กัน ในสายเดียวกัน พอร์ตขนานสามารถเรียกได้อีกอย่างว่า centronics interface หลังจากที่ได้มีการกำหนดมาตรฐานในการสื่อสารระหว่างหน่วยระบบ กับเครื่องพิมพ์แล้ว


10. Modem หรือ ที่เรียกว่า RJ-11 ตามชนิดของหัวต่อ เป็นคอนเน็ตเตอร์รุ่นแรกๆของโลกเลยก็ว่าได้ สำหรับเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในสมัยก่อนที่ความเร็ว 56 K (ในสมัยนี้ก็ยังมีใช้กันอยู่แต่น้อยลงไปเยอะ) โดย Notebook รุ่นใหม่ๆ ไม่มีแล้ว เพราะมีระบบ Hi Speed อินเตอร์เน็ตเข้ามา ซึ่งนิยมใช้เป็นพอร์ต LAN หรือ Wi Fi มากกว่า เพราะเร็วกว่าเยอะ 


11.  Finger Print หรือ ที่สแกนลายนิ้วมือ ที่สามารถใช้ลายนิ้วมือของตัวเองตั้งเป็นรหัสเพื่อเข้าเปิดเครื่อง หรือเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะสมกับนักธุรกิจ ยัน นักศึกษาเลยด้วยซ้ำ


12.  D-SUB หรือ VGA หรือ ที่เรียกกันอีกแบบว่า VGA port เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้อุปกรณ์แสดงภาพภายนอกที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เรียกได้ว่ามีในโน๊ตบุ๊กแบบทุกเครื่องเลย ถึงแม้คุณภาพของภาพที่เป็นระบบสัญญาณอนาล็อกจะด้อยกว่า DVI แต่ด้วยมีอุปกรณ์รองรับมากที่สุดทำให้เป็นพอร์ตสำหรับต่อแสดงผลที่ได้รับ ความนิยมสูงสุด (แต่ในอนาคตคาดว่า HDMI จะมาแทนในไม่ช้า) รองรับทั้งจอแบบ LCD CRT รวมถึงเครื่องโปรเจ็คเตอร์ด้วย



13.  พอร์ต SCSI เป็นพอร์ตขนานที่มีความเร็วสูงแบบพิเศษสามารถต่ออุปกรณ์ที่เป็น SCSI ได้ SCSI อ่านว่า สกัซซี่ (skuzzy) ย่อมาจาก small computer system interface


14. พอร์ต IrDA เป็นพอร์ตสำหรับอุปกรณ์ไร้สายอุปกรณ์บางชนิดสามารถส่งข้อมูลทางคลื่อนแสงอินฟราเรดได้ พอร์ต IrDA ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถติดต่อสื่อสารกับอุปกรณ์ไร้สายได้ IrDA ย่อมาจาก Infrared Data Association เวลาส่งข้อมูล คุณควรวางอุปกรณ์ไรสายไว้ใกล้ๆ กับ พอร์ต เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งกีดขวางในการส่งข้อมูล เช่นเดียวกับเวลาที่คุณใช้รีโมทโทรทัศน์นั่นเอง อุปกรณ์ไร้สายที่มีพอร์ต IrDA ได้แก่ PDA, notebook, โทรศัพท์เคลื่อนที่, แป้นพิมพ์, เมาส์, และ เครื่องพิมพ์ เป็นต้น อุปกรณ์เหล่านี้เป็นอุปกรณ์ที่มีพอร์ต IrDA ความเร็วสูง บางครั้งเรียกได้ว่าเป็น พอร์ตอินฟราเรดความเร็วสูง


15.  S-video เป็น Port ที่ส่งสัญญาณภาพเข้าสู้จอ TV โน๊ตบุ๊กรุ่นเก่าๆหน่อยจะมีพอร์ตนี้กันเยอะ แต่ในรุ่นใหม่ๆก็แทบไม่มีแล้วเพราะมีพอร์ตอื่นๆเข้ามาแทนที่ เช่น HDMI



16.  พอร์ต MIDI อ่านว่า มิด ดี (mid-dee) เป็นพอร์ตอนุกรมแบบพิเศษที่ต่อระหว่างระบบกับอุปกรณ์เครื่องเสียงต่างๆ เช่น อิเล็กทรอนิกส์คีย์บอร์ด คำว่า MIDI ย่อมาจาก Musical Instument Digital Interface มิดดีเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ดนตรี ที่ระบุว่า อุปกรณ์ต่างๆ เช่น การ์ดเสียง และ synthesizer จะแทนเสียงอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างไร synthesizer เป็นชิบที่อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่สร้างเสียงดิจิทัล คอมพิวเตอร์ที่มีพอร์ตมิดดีจะสามารถบันทึกเสียงที่ถูกสร้างด้วย synthesizer ได้ แล้วประมวลผลเสียงให้ได้เสียงใหม่



17.  ไฟร์ไวร์ (FireWire) เดิมเรียกว่า IEEE 1394 พอร์ต คล้ายกับ พอร์ต ยูเอสบี ตรงที่สามารถต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงได้หลายชนิด ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่ต้องการการส่งข้อมูลจำนวนมาก เช่น กล้องดิจิทัล, เครื่องพิมพ์, เครื่องสแกน เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญทางด้านคอมพิวเตอร์หลายคนเชื่อว่าพอร์ตไฟร์ไวร์และพอร์ตยูเอสบีจะมาแทนที่พอร์ตแบบอื่นๆ ได้ ทุกชนิด


18.  พอร์ต RJ45 (LAN Port) เป็นพอร์ตที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับสายแลนที่มีการเข้าหัวแบบ RJ45 เพื่อใช้ในการเข้าถึงระบบเครือข่าย ในโน้ตบุคส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะติดตั้งพอร์ต RJ45 มาไว้เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว


19.  พอร์ต IEEE1394 (Firewire) ในเครื่อง Mac หรือ i.Link ของ Sony เป็นพอร์ตที่ใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆที่ต้องการความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูง เช่น กล้องวีดีโอ ดิจิตอล หรือไดร์ฟสำหรับบันทึกข้อมูลเป็นต้น โดยจะมีความเร็วถึง400 Mbps แต่ ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนามาตรฐานให้เป็น IEEE1394b ที่เพิ่มความเร็วการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 800 Mbps


20.  พอร์ต PS/2 เป็นพอร์ตที่ใช้เชื่อต่อกับเมาส์หรือคียบอร์ดภายนอก เนื่องจากคียบอร์ดโน้ตบุ๊คมีความแตกต่างกับคีย์บอร์ดของเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ซึ่งทำให้ใช้งานไม่คล่องตัว และการใช้ทัชแพดของโน้ตบุ๊คก็สะดวกสู้การใช้เมาส์ไม่ได้แต่ในปัจจุบันคีย์บอร์ดและเมาส์ของโน้ตบุ๊คที่มีการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB มีขายมากมายตามท้องตลาด ดังนั้นปัจจุบันจึงไม่พบพอร์ตชนิดนี้ในโน้ตบุ๊ค











วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

คำศัพท์ ครั้งที่3

1. Digital Signature คือ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
2. Auditing คือ การตรวจสอบที่กระทำอย่างอิสระเพื่อให้มั่นใจว่าบันทึกและกิจกรรมต่างๆ เป็นไปตามการควบคุม นโยบาย และระเบียบปฏิบัติที่ได้จัดตั้งขึ้น
3. Assurance คือ การรับรอง คือ สิ่งบ่งบอกถึงความมั่นใจว่าระบบความปลอดภัยและสถาปัตยกรรมของระบบข้อมูล อัตโนมัตินั้น บังคับนโยบายรักษาความปลอดภัยได้อย่างถูกต้อง
4. Cryptosystem  คือ การเข้ารหัสลับคือการแปลงข้อความปกติให้กลายเป็นข้อความลับ โดยข้อความลับคือข้อความที่ผู้อื่น นอกเหนือจากคู่สนทนาที่ต้องการ ไม่สามารถเข้าใจได้
5. File Virus คือ ไวรัสไฟล์ข้อมูล โดยมากจะติดกับๆไฟล์ที่มักเรียกใช้บ่อย เช่น ไฟล์นามสกุล .exe, .dll,.com ตัวอย่าง Jerusalem, Die Hard II
6. Trojan Horse Virus คือ เป็นไวรัสที่แฝงมากับไฟล์อื่นๆ ที่ดูแล้วไม่น่าจะมีอันตรายใดๆเช่น เกมส์ โปรแกรมฟรีแวร์หรือแชร์แวร์เมื่อใช้ไประยะเวลาหนึ่งแล้วไวรัสก็จะแสดงตัวออกมา ซึ่งอาจทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของเรา
7. Trojan Horse คือ เป็นไวรัสที่แฝงมากับไฟล์อื่นๆ
8. Security incident  คือ เหตุการณ์ ซึ่งมีผลกระทบต่อ Confidentiality, Integrity หรือAvailability ของระบบ
9. Social Engineering  คือ ปฏิบัติการจิตวิทยาซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการโจมตี เนื่องจากไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มากนัก และส่วนใหญ่จะใช้ได้ผลดี การโจมตีแบบวิศวกรรมสังคมจะเกี่ยวกับการหลอกให้บางคนหลงกลเพื่อเข้าระบบ เช่น การหลอกถามรหัสผ่าน
10. Denial of Service คือ การกระทำที่ป้องกันมิให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบข้อมูลอัตโนมัติสามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ของส่วนนั้น

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

คำศัพท์ ครั้งที่2

1. Access Control คือ เป็นระบบควบคุมการเข้า ออก อัตโนมัติ โดยใช่บัตรเป็นตัวเข่าผ่าน
2. Penetration Testing คือ ส่วนหนึ่งของการทดสอบความปลอดภัย โดยที่ผู้ประเมินพยายามที่จะข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของระบบผู้ประเมิน อาจจะใช้เอกสารเกี่ยวกับการใช้และการออกแบบระบบทั้งหมดที่มีอยู่ ซึ่งอาจรวมถึง source code คู่มือ และผังวงจร ผู้ประเมินจะทำงานภายใต้ข้อจำกัดเดียวกับผู้ใช้ธรรมดาทั่วๆ ไป
3. Secure Socket Layer: SSL คือ มาตรฐานของ Protocol การสื่อสารที่มีกระบวนการพิสูจน์ตัวตนรวมอยู่ในชุด Protocol โดย SSL ถูกออกแบบและกำหนดรายละเอียดเพื่อบริการความปลอดภัยแก่ข้อมูลในระหว่างชั้น Protocol ระดับแอปพลิเคชั่น 
4. Cookie คือ กลุ่มของข้อมูลที่ถูกส่งจากเว็บเซิร์ฟเวอร์มายังเว็บบราวเซอร์และถูกส่งกลับมายังเว็บเซิร์ฟเวอร์ทุกๆครั้งที่เว็บบราวเซอร์ร้องขอข้อมูล โดยปกติแล้วคุกกี้จะถูกใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูลขนาดเล็กๆไว้ที่เว็บราวเซอร์ เพื่อให้เว็บเซิร์ฟเวอร์สามารถจดจำสถานการณ์ใช้งานของเว็บบราวเซอร์ที่มีต่อเว็บเซิร์ฟเวอร์
5. Backdoor คือ จะมีหลักการทำงานเหมือนกับ client-server ซึ่งตัวมันเองจะทำหน้าที่เปิดทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถรีโมทเข้าไปเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่แล้วจะมากับการติดตั้งแอพพลิเคชั่นที่ผิดกฎหมาย
6. Decryption คือ การถอดรหัสข้อมูล อย่างข้อมูลที่ถูกใส่รหัสไว้ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถอ่านได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาถอดรหัส เพื่อให้สามารถอ่านได้
7. Fake Webpage คือ หน้า webpage ที่ Phishes พยายามสร้างขึ้นมาให้เหมือนหรือใกล้เคียงกับ site จริงมากที่สุด เพื่อให้เหยื่อผู้หลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ที่ต้องการลงไป
8. Digital Signatures หรือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ คือ กลุ่มของตัวเลขกลุ่มหนึ่งซึ่งแสดงความมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งจะใช้ในการแนบติดไปกับเอกสารใดๆ ก็ตามในรูปแบบของไฟล์ เจตนาก็เพื่อเป็นการยืนยันหรือรับรองข้อความที่ปรากฎอยู่ในไฟล์นั้นๆ
9. Automated Security Incident Measurement คือ การวัดเหตุการณ์ความปลอดภัยแบบอัตโนมัติ เป็นการเฝ้าดู traffic ในเครือข่ายและเก็บสะสมข้อมูลจากเครือข่าย เป้าหมายโดยการตรวจจับกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตที่แฝงเข้ามาในเครือข่าย
 10.Encryption คือ การเข้ารหัส หรือการแปลงข้อมูลให้เป็นรหัสลับไม่ให้ข้อมูลความลับนี้ถูกอ่านได้ โดยบุคคลอื่น แต่ให้ถูกอ่านได้โดยบุคคลที่เราต้องการให้อ่านได้เท่านั้น โดยการนำเอาข้อ ความเดิมที่สามารถอ่านได้ มาทำการเข้ารหัสก่อน

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

คำศัพท์ ครั้งที่1

1. Firewall คือ การรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์แบบหนึ่ง จะทำหน้าที่ควบคุมการใช้งานระหว่าง Network ต่าง ๆ จะคอยตรวจสอบข้อมูลที่ผ่านเข้ามาเพื่อป้องกันข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์ ตลอดจนข้อมูลที่ไมมีความสมบูรณ์เข้ามาสร้างความเสียหายกับระบบ เปรียบเสมือนยามรักษาความปลอดภัยของระบบก็ได้
 2. Application Firewall คือ ตัวกลาง” ที่คอยติดต่อระหว่างภายใน กับ ภายนอก นึกถึงสภาพใน Network ภายในองค์กร Client ต้องการออกไปข้างนอก จะต้องวิ่งไปหา Proxy ก่อน และ Proxy จะวิ่งออกไปข้างนอก เพื่อเอา Data มาส่งต่อให้กับ Client อีกทีหนึ่ง ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น เพราะ Client เองไม่ได้ติดต่อกับภายนอกโดยตรง
3. Spam คือ การส่งอีเมลที่มีข้อความโฆษณาไปให้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้รับ โดยส่วนใหญ่ทำเพื่อการโฆษณาเชิงพาณิชย์ มักจะเป็นสินค้าที่น่าสงสัย หรือการเสนองานที่ทำให้รายได้อย่างรวดเร็ว หรือบริการที่ก้ำกึ่งผิดกฏหมาย
 4. Threat คือ ภัยคุกคามหรือสิ่งที่ละเมิดระบบรักษาความปลอดภัย และอาจก่อให้เกิดผลกระทบซึ่งเป็นอันตรายต่อระบบ ที่ส่งผลทำให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นอันตรายต่อผู้อื่น โดยทั่วไปแล้วจะขัดต่อหลักกฎหมาย
5. Hacking คือ การใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต การลักลอบเข้าสู่ระบบ พยายามที่จะข้ามผ่านระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อเข้าสู่ระบบข้อมูลและ เครือข่าย เพื่อวัตถุประสงค์ใดๆ อันก่อให้เกิดความเสียหาย หรือไม่มีวัตถุประสงค์ร้ายเพียงแต่ลองวิชา หรือเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบเพื่อหาช่องโหว่ของระบบนั้นๆ
6. Cracker คือ ผู้ที่ลักลอบบุกรุกเข้าใช้ระบบ โดยผิดกฎหมาย เพื่อจุดประสงค์ใดๆ อาจบุกรุกเพื่อการทำลาย ระบบ และ รวมทั้งการลักลอบขโมยข้อมูลของบุคคลอื่นเพื่อไปเป็นประโยชน์ โดยกระทำของ cracker มีเจตนามุ่งร้ายเป็นสำคัญ
7. Ethical hacker คือ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านsecurity ผู้ซึ่งใช้ทักษะในการ hacking เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันระบบ โดยทำการทดสอบการเจาะระบบโดยใช้วิธีเดียวกันกับที่ hacker ใช้แต่จะ ไม่ทำลายหรือละเมิดสิทธิ โดยจะทำงานเพื่อปกป้องสินทรัพย์ขององค์กรนั้นๆ
8. Penetration Testing คือ การทดสอบเพื่อหาช่องทางในการเข้าถึงระบบ เพื่อการทดสอบความปลอดภัย โดยที่ผู้ประเมินพยายามที่จะบุกรุกเข้าผ่านระบบรักษาความปลอดภัยของระบบ 
9. Vulnerability Assessment คือ การประเมินหาความเสี่ยงที่เกิดจากช่องโหว่ที่ค้นพบ เมื่อพบก็จะทำการวิเคราะห์ถึงช่องโหว่ที่พบ แล้วการประเมินสรุป เพื่อดำเนินการแก้ไข
10. Packet Filter คือ การทำหน้าที่ตรวจสอบทุก packet ที่ผ่านตัวมันและจะทำการ block หรือ reject ในกรณีที่ packet ที่เข้ามานั้น ไม่มีสิทธิผ่านเข้า/ออก